กลับมาฟิต ชีวิตดีด้วยเหง้า "กระชายดำ"

อัพเดตเมื่อ: 20 มี.ค. 2019




ชื่อสมุนไพร กระชายดำ ชื่ออื่นๆ / ชื่อท้องถิ่น กระชายม่วง , ว่านเพชรดำ , ขิงทราย (มหาสารคาม) , ว่านจังงัง , ว่านพญานกยูง , ว่านกั้นบัง ,ว่านกำบัง , ว่านกำบังภัย , กะแอน . ระแอน (ภาคเหนือ) ชื่อวิทยาศาสตร์ Kaempferia parviflora Wallich. ex Baker ชื่อวงศ์ Zingiberaceae


ถิ่นกำเนิด กระชายดำ

มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบได้หนาแน่นในแถบมาเลเซีย สุมาตรา เกาะบอร์เนียว อินโดจีน และในประเทศไทย และมีเขตการกระจายพันธุ์ทั่วไปในเอเชียเขตร้อน ในประเทศจีนตอนใต้ อินเดีย และพม่า สำหรับประเทศไทยนั้นมีการปลูกกระชายดำมากในจังหวัดเลย ตาก กาญจนบุรี และจังหวัดอื่นๆ ทางภาคเหนือ


ลักษณะทั่วไปของเหง้ากระชายดำ


เหง้ากระชายดำ นั้นมีลักษณะเป็นรูปทรงกลม เป็นปุ่มป่นเรียงต่อกัน และมักมีขนาดเท่าๆ กัน มีหลายเหง้าและอวบน้ำ ผิวเหง้ามีสีน้ำตาลอ่อนถึงสีน้ำตาบเข้ม และอาจพบรอยที่ผิวเหง้าเป็นบริเวณที่จะงอกของต้นใหม่ ส่วนเนื้อภายในชองเหง้ามีสีม่วงอ่อน สีม่วงเข้ม ไปจนถึงม่วงดำ เหง้ามีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และมีรสชาติขมเล็ก


สรรพคุณของกระชายดำ


1. ช่วยบำรุงฮอร์โมนเพศชาย แก้กาม ตายด้าน

ด้วยการใช้เหง้ากระชายดำสดนำมาดองกับเหล้าขาวและน้ำผึ้งแท้ (ในอัตราส่วน 1 กิโลกรัม : เหล้าขาว 3 ขวด : น้ำผึ้ง 1 ขวด) ดองทิ้งไว้ประมาณ 9 – 15 วัน แล้วนำมาใช้ดื่มวันละ 1 – 2 เป๊ก (กระชายดำไม่ได้เป็นยาปลุกอารมณ์ทางเพศ แต่ระยะเวลาการแข็งตัวที่นานขึ้น และสำหรับผู้ที่ไม่ได้มีปัญหาดังกล่าวก็สามารถรับประทานเพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรกขึ้นได้)หากสุภาพสตรีทานแล้วจะช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนทางเพศ


2. ช่วยกระตุ้นระบบประสาท

ทำให้ร่างกายกระชุ่มกระชวย ช่วยในการนอนหลับ แก้อาการนอนไม่ค่อยหลับในตอนกลางคืน ช่วยทำให้นอนหลับดีขึ้น


3. ใช้เป็นยาบำรุงกำลัง

ด้วยการใช้เหง้าผสมกับสมุนไพรชนิดอื่นเป็นยาดองเหล้า


4. ช่วยบำรุงผิวพรรณของสตรีให้สวยสดใส ดูผุดผ่อง


5. แก้โรคหัวใจ

ช่วยบำรุงหัวใจ ช่วยขยายหลอดเลือดหัวใจ บำรุงโลหิต ทำให้โลหิตไกลเวียนได้ดีขึ้น รักษาสมดุลของความดันโลหิต


6. ช่วยทำให้เจริญอาหาร


7. ช่วยรักษาโรคเบาหวาน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด


8. ช่วยรักษาโรคภูมิแพ้ ช่วยแก้หอบหืด


9. ช่วยแก้อาการใจสั่นหวิว แก้ลมวิงเวียน


10. ต้มดื่มแก้โรคตา ช่วยรักษาสายตา


11. ช่วยรักษาแผลในช่องปาก ปากเป็นแผล ปากเปื่อย ปากแห้ง


12. ช่วยแก้โรคตานซาง และ ตานซางขโมยในเด็ก


13. ช่วยในการย่อยอาหาร รักษาระบบการย่อยอาหารให้เกิดความสมดุล

ช่วยแก้อาการแน่นหน้าอก ช่วยขับลม แก้อาการจุกเสียด ช่วยแก้อาการปวดท้อง ปวดมวนในท้อง อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ อาการท้องเดิน หากมีอาการท้องเดิน(ท้องร่วง)ให้ใช้เหง้านำมาปิ้งไฟให้สุกแล้วนำมาตำให้ละเอียด ใช้ผสมกับน้ำปูนใสแล้วคั้นเอาแต่น้ำมาดื่มครั้งละ 3-5 ช้อนแกงหลังจากการถ่ายเนื่องจากมีอาการท้องเดิน


14. ช่วยรักษาโรคบิด แก้อาการบิดเป็นมูกเลือด


15. ช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหารอันเนื่องมาจากการรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา


16. ช่วยขับปัสสาวะ แก้อาการขัดเบา แก้ปัสสาวะพิการ


17. ช่วยแก้อาการตกขาว ช่วยขับประจำเดือน แก้อาการประจำเดือนมาไม่เป็นปกติของสตรี

โขลกผสมกับเหล้าขาวคั้นเป็นน้ำดื่ม ช่วยแก้โรคมดลูกพิการ มดลูกหย่อนได้ สำหรับสตรีหลังคลอดบุตรเหง้าใช้ต้มกับน้ำและดื่ม จะช่วยขับน้ำนม รักษาอาการตกเลือด และช่วยทำให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น


18. มีฤทธิ์ในการช่วยรักษาเชื้อราที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคผิวหนัง ช่วยแก้ฝีอักเสบ ช่วยรักษากลากเกลื้อน


19. ช่วยแก้อาการปวดหลัง ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดกล้ามเนื้อ และมีอาการเหนื่อยล้า


20. ช่วยรักษาโรคปวดข้อ ช่วยรักษาโรคเกาต์


21. ช่วยแก้อาการเหน็บชา ช่วยรักษาอาการมือเท้าเย็น


22. ช่วยขับพิษต่าง ๆ ในร่างกาย


ข้อควรระวัง

1. หากรับประทานในขนาดสูง อาจทำให้เกิดอาการใจสั่นได้

2. ห้ามใช้กระชายดำในเด็ก และในผู้ป่วยที่เป็นโรคตับ

3. การรับประทานเหง้ากระชายดำติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้เหงือกร่น

เอกสารอ้างอิง

1. กระชายดำ.ฐานข้อมูลเครื่องยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (ออนไลน์)เข้าถึงได้จาก http://www.thaicrudedrug.com/main.php?action=viewpage&pid=4 2. ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อ้างอิงในหนังสือพืชสมุนไพรเล่ม 2 (ออนไลน์)เข้าถึงได้จาก: www.qsbg.org. 3. สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย(วว.).(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก: www.tistr.or.th. 4. กระชายดำ.ว่านและสมุนไพรไทย.คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาศาสตร์ สกลนคร 5. รายงานวิจัยเรื่องเทคนิคการเพิ่มผลผลิตว่านกระชายดำ.สุวิทย์ วรรณศรี มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบูรณ์.2554หน้า4 6. ณาตยา ธนะศิริวัฒนา, สุนิดา ณ.ตะกั่วทุ่ง, ธนนันต์ ฐานะจาโร.องค์ประกอบทางเคมีและฤทธิ์ต้านจุลชีพของน้ำมันหอมระเหยกระชายดำ เปราะหอม และ เฒ่าหนังแห้ง คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,2540 7. สุนิสา ทองสกุล.2552 การศึกษาผลของกวาวเครือขาวต่อการเจริญเติบโตของกบ.ปัญหาพิเศษมหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร.มหาวิทยาลัยแม่โจ้.เชียงใหม่ 8. Rein M,A.et.Copigmentation reactions ang color stability of berry anthocya nins.p.22,2005 9. Castanede-Ovando,A.et.al.Chemical studies of anthocyanins : a review.Food Chemisty,V.113,n.4,P.859-871,2009 10. กระชายดำระบบฐานข้อมูลทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชน สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ(องค์การมหาชน).(ออนไลน์)เข้าถึงได้จาก: www.bedo.or.th 11. กระชายดำ.สถาบันการแพทย์แผนไทย.(ออนไลน์)เข้าถึงได้จาก: http://ittm-old.dtam.moph.go.th 12. วงศ์วิวัฒน์ ทัศนียกุล และอำไพ ปั้นทอง,การศึกษาฤทธิ์ต้านอักเสบของ 5,7-DMF , วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่,2528 13. Wattanapitayakui S,Nawinprasert A,Herunsalee A,et al. Vasodiltion,antispasmodic ang antiplatalat actions of Kaempferia pawiflora.The sixth JSPS-NECT joint Seminar : Recent Adrances in Natural Medicine Research.December 2-4,2003 Bangkok,Thailang (Poster presen-tation) 14. Yenchai C.Prasanphen K,Doodee S,et al.Bioactive fla-vonoids from Kaempferia Parvifor.Fitoterapia 2004;75(1):89-92 15. ทรงพล ชีวพัฒน์ , ณุฉัตรา จันทร์สุวาณิชย์ , ปรีชา ชวลิตธำรง และคณะ.การศึกษาความเป็นพิษเฉียบพลันและพิษเรื้อรังของผงกระชายดำ.วารสารกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก.2547


#กระชายดำ #สมุนไพร่ #บำรุงร่างกาย #เสริมสุขภาพ



  • ร้านยา ศิริเวช