มารู้จัก Bilberry (บิลเบอรี่) กันเถอะ

อัพเดตเมื่อ: 18 มี.ค. 2019

Bilberry (บิลเบอรี่) คืออะไีร






Bilberry (บิลเบอรี่) หรือ ในยุโรปเรียกว่า บลูเบอรี่ป่า ( (Wild) European Blueberry และ Whortleberry ) เป็นพืชตระกลูVaccinium ซึ่งเป็นสายพันธุ์เดียวกันกับ blueberry, blaeberry, huckleberry, whortleberry, และ cranberry ผลบิลเบอรี่จะมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาน 3 ถึง 10 มิลลิเมตรมีความนุ่มและหวานกว่าบูลเบอรี่ บิลเบอรี่นั้นมีต้นกำเนิดอยู่ในยุโรปตอนเหนือ นิยมนำมาใช้เป็นยาเมื่อหลาย 10 ปีที่แล้ว และยังถูกนำมาทำเป็นพายอีกด้วย


บิลเบอรี่เป็นผลไม้ลูกเล็กที่มีวิตามิน C และ วิตามิน E สูง และอุดมไปด้วยสาร anthocyanin มากกว่าบูลเบอรี่ที่ปลูกปกติหลายเท่า


คุณประโยชณ์ของบิลเบอรี่


เสริมสร้างการมองเห็น



บิลเบอรี่มีประโยชน์ในการฟื้นฟูสุขภาพดวงตา จากผลการศึกษาด้านวิทยศาสตร์ได้พิสูตรว่า สารสะกัดจากบิลเบอรี่ป้องกันการเสื่อมสภาพซึ่งเกิดจากการอายุที่มากขึ้นและทำให้เกิดโรคต่างๆได้เช่น ต้อกระจก และ ตาพล่ามัวในที่มืด สารลูทีนในดวงตาเมื่อรวมกับสารต่างๆในบิลเบอรี่ทำให้มองเห็นได้ดีขึ้น สารสะกัดจากบิลเบอรี่ช่วยในการผลิตเม็ดสีใบดวงตา ทำให้ดวงตาปรับรับแสงได้ดีขึ้น


รักษาโรคท้องร่วง


บิลเบอรี่ได้ถูกนำมาใช้รักษาอาการผิดปกติในทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย อาหารไม่ย่อย และคลื่นไส้ ความสามารถในการฆ่าเชื้อและสมานแผลช่วนให้เนื้อเยื่อหดตัวและลดอาการท้องร่วง


ความสามารถในการฆ่าเชื้อ


สาร Tannins และ Pectin ในผลบิลเบอรี่ทำให้เกิดผลในการรักษาในระบบทางเดินอาหาร และเมื่อนำไปทาที่บริเวณปากหรือลำคอช่วยรักษาอาการอักเสบได้อีกด้วย คุณสมบัติในการต้านการอักเสบของผลไม้ยังช่วยในการรักษาลิ่มเลือดอุดตัน


สุขภาพของเลือด


ผลการศึกษาวิจัยได้พิสูตรว่าบิลเบอรี่มีผลดีต่อการเต้นของหัวใจและสุขภาพของหลอดเลือด ซึ่งนำไปสู่การยับยั้งการรวมตัวของเกล็ดเลือดและการหดตัวของกบ้ามเนื้อเรียบ บิลเบอรี่ช่วยเสริมสร้างเส้นเลือดฝอยช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและป้องกันความผิดปกติเช่นหลอดเลือดดำโป่งขดและโรคริดสีดวงทวาร


ป้องกันโรคเส้นเลือดคอดเรื้อรัง


อาการโรคเส้นเลือดคอดเรื้อรังเกิดจากเส้นเลือดในขาที่นำเลือดไปสู่หัวใจนั้นเสียหาย ซึ่งทำให้เกิดอาการ คัน บวม และปวดภายในขาและอาจทำให้เกิดแผลได้ สาร anthocyanosides ที่อยู่ในบิลเบอรี่ช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรงและหลอดการเกิดเส้นเลือดคอด


ควบคุมอาการเบาหวาน


ความสามารถในการป้องกันและรักษาอาการเบาหวานได้เพิ่งถูกข้อพบโดยวิทยาศาสตร์และนำมาใช้เมื่อไม่นานนี้ สาร Anthocyanins ในบิลเบอรี่ช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด การศึกษายังชี้ให้เห็นว่า สารสกัดจากบิลเบอร์รี่ช่วยในการปรับปรุงสภาวะของภาวะน้ำตาลในเลือดสูงและความไวของอินซูลินในคนที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2


ป้องกันมะเร็ง


สารสะกัดจากบิลเบอรี่ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งต่างๆเช่น มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม และลูคีเมีย การศึกษาเปรียบเทียบกับเบอรี่อื่นๆ บิลเบอรี่มีศักยภาพในการยับยังเซลล์มะเร็งมากที่สุด ช่วยในการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งที่ทำให้เกิด Apoptosis นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันผลข้างเคียงของยาเคมีบำบัด


ป้องกันระบบประสาท


สารประกอบฟีนอล (Phenolic) ที่มีอยู่ในบิลเบอรี่ช่วยบรรเทาอาการสมองเสื่อมและโรคอัลไซเมอร์


ปวดประจำเดือน


ผู้หญิงที่รับประทานบิลเบอรี่ได้รายงานว่าอาการปวดประจำเดือนได้ลดลง สารสะกดจากบิลเบอรี่ยังสามารถรักษาแผลและยับยังมะเร็งเต้านม


บำรุงผิว



บิลเบอรี่ช่วยให้โครงสร้างคอลลาเจนแข็งแรงขึ้นช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย นอกจากนี้แพทย์ศัลยกรรมยังแนะนำให้รับประทานเพื่อลดการตกเลือดที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง




พลังต้านอนุมูลอิสระ


บิลเบอรี่อุดมไปด้วย Anthocyanosides เป็นสารที่สามารถละลายน้ำได้ดีซึ่งมีคุณสมบัติในการขจัดอนุมูลอิสระ พวกมันจะหาออกซิเจนที่ปราศจากอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นในระหว่างการเผาผลาญพลังงานและต่อต้านผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น การป้องกันนี้ช่วยป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจากความเครียดจากการเกิดออกซิเดชัน


ซ่อมแซมตับ


นักวิจัยได้แสดงให้เห็นว่าสารสะกัดจากบิลเบอรี่ช่วยเพิ่มระดับกลูต้าไธโอน (Glutathione ) ที่มีประโยชน์ต่อวิตามินซีในร่างกายและลดความเข้มข้นของไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide) ในเนื้อเยื่อตับ


ป้องกันไตล้มเหลว


ความสามารถในการต่อต้านอนุมูลอิสระอีกอย่างของบิลเบอรี่คือการป้องกันความเสี่ยงหายจากไต การวิจัยทางวิทยาศาสตร์แสดวให้เห็นว่าสารสกัดจากบิลเบอรี่ช่วยให้ระดับค่าต่างๆเป็นกลางเช่น ครีเอตินิน (Creatinine) เซรุ่ม เลือด ยูเรีย ไนโตรเจน และ ไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide) นอกจากนี้ยังช่วยในการขับถ่ายโลหะหนักออกจากร่างกายซึ่งส่งผลให้เกิดการล้างพิษได้ดีขึ้น


(Cardioprotective Effects)


การป้องกันจากโรคหัวใจเป็นหนึ่งในความสามารถของ Anthocyanins ที่มีอยู่ในบิลเบอรี่ซึ่งช่วยในการควบคุบระดับคอเลสเตอรอล LDL (ตัวไม่ดี) และ HDL (ตัวดี) ในร่างกายซึ่งสามารถป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดได้


ผลต้านจุลชีพ (Antimicrobial Effects)


บิลเบอรี่มีองค์ประกอบของฟีนอล (Phenolic) ที่มีฤทธิ์ต้านจุลชีพ (Antimicrobial) ซึ่งรวมถึงเชื้อโรคต่างๆ Salmonella, H.pylori, Bacillus, Clostridium และ Staphylococcus aureus การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ล่าสุดยังชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของสารสกัดในการต่อสู้สิ่งมีชีวิตที่ทนต่อยาปฏิชีวนะ


8คุณประโยชน์ของบิลเบอรี่

ผลข้างเคียง


อาการแพ้

อาการแพ้ที่เกิดขึ้นจากการรับประทานบิลเบอรี่อาจเกิดขึ้นโดยมีอาการลิมฝีปากบวม ผิวซีด อ่อนเพลีย และหายใจติดขัด


เป็นพิษ

อาการเป็นพิษอาจเกิดขึ้นได้หากรับประทานสารสกัดเป็นจำนวนมากซึ่งทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนต่างๆได้


ผ่าตัดและการตั้งครรภ์

สำหรับผู้ให้นมบุตร ตั้งครรภ์ ก่อน หรือ หลังการผ่าตัดควรหลีกเลี่ยงการบริโภคบิลเบอรี่ควรปริษาแพทย์ก่อนรับประทานยาเพื่อผลประโยชน์สูงสุดโดยปราศจากผลข้างเคียง



#Bilberry #Blackmores #ความรู้ #สารอาหาร #โภชนาการ



  • ร้านยา ศิริเวช